วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ธุรกิจท่องเที่ยวภาคเหนือ

ธุรกิจท่องเที่ยวภาคเหนือ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
  สิงหาคม 2557



ภาคเหนือของไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความโดดเด่น และมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาช้านาน จึงทำให้แหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือเป็นปลายทางท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่อง เที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางไปเยือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อประกอบกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ด้านคมนาคมในปัจจุบันทั้งทางบกและทางอากาศ ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น เอื้ออำนวยต่อการขยายตลาดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (เช่น การพำนักระยะยาว การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงอาสาสมัคร (Volunteer Tourism) การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นต้น) ให้กับแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือมากยิ่งขึ้น

ฉะนั้น จากเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ ความสะดวกสบายในการเดินทาง และแนวโน้มการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของภาคเหนือ โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ให้มีความพร้อมรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวในระยะข้างหน้า

สถานการณ์การท่องเที่ยวภาคเหนือของไทยในปี 2557 : เติบโตต่อเนื่องในอัตราช้าลง


สำหรับการท่องเที่ยวภาคเหนือโดยภาพรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ยังคงรักษาระดับ การเติบโตต่อเนื่อง ด้วยแรงหนุนจากตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศช่วงไตรมาสแรก ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของคนไทยจากภูมิภาคอื่นๆ ที่นิยมเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวในแหล่งท่องเที่ยวภาคเหนือ ประกอบกับการเติบโต

ของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เปลี่ยนปลายทางท่องเที่ยวไปยังเมืองท่องเที่ยวในส่วนภูมิภาคของไทย เพื่อหลีกเลี่ยงการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพฯ (เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น)

โดยมีปัจจัยสนับสนุน อาทิ การขยายตัวของธุรกิจสายการบิน โดยเฉพาะการเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ ซึ่งมีต้นทางส่วนใหญ่มาจากหลายเมืองเศรษฐกิจของจีน (เช่น เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู ฮ่องกง มาเก๊า เป็นต้น) รวมถึงสถานีปลายทางประเทศอื่นๆ (เช่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น) ซึ่งหากพิจารณาสถิติจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยาน เชียงใหม่ พบว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 มีจำนวนเที่ยวบินจากต่างประเทศจำนวน 3,047 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 76.8 เมื่อเทียบกับจำนวนเที่ยวบินในช่วงเดียวกันของปี 2556 ซึ่งมีจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศมาลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 1,723 เที่ยวบิน ขณะที่มีผู้โดยสารระหว่างประเทศจำนวนประมาณ 635,160 คน ขยายตัวร้อยละ 72.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีจำนวน 368,532 คน

นอกจากนี้ การเปิดใช้สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เป็นอีกแรงหนุนการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวภาคเหนือผ่านทางด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยจากสถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาผ่านทางด่านเชียง ของในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 พบว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 43,296 คน เติบโตร้อยละ 11.7 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์

ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย ผ่านด่านเชียงของจำนวน 11,333 คน สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวใน เทศกาลตรุษจีน ทั้งที่เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวกันเอง (FIT) รวมทั้งคาราวานทัวร์จากจีนตอนใต้ ซึ่งมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเฉลี่ยประมาณ 8,000 คนต่อเดือนหลังการเปิดใช้สะพาน ทั้งนี้ หากมองไปข้างหน้า การเดินทางมาไทยผ่านทางด่านเชียงของมีแนวโน้มขยายตัว ทั้งในด้านการค้าชายแดนและกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว


อย่างไรก็ดี แม้ในช่วงไตรมาส 2 ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในจังหวัดเชียงรายในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และตามมาด้วยเหตุการณ์อาฟเตอร์ช็อคอีกหลายครั้ง สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม สิ่งปลูกสร้าง และอาคารบ้านเรือนในจังหวัดเชียงราย รวมถึงความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่ผลกระทบก็อยู่ในวงจำกัด คือ เฉพาะนักท่องเที่ยวที่มีแผนเดินทางไปท่องเที่ยวยังจังหวัดเชียงราย

ส่วนแนวโน้มในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 คาดว่า ตลาดท่องเที่ยวภาคเหนือของไทยมีทิศทางดีขึ้นเด่นชัดในช่วงไตรมาสสุดท้าย แม้ในไตรมาส 3 จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นซึ่งมีฝนตกชุก ทำให้บางพื้นที่ในภาคเหนือประสบภาวะน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ไม่เอื้อต่อกิจกรรมการท่องเที่ยว แต่ภาครัฐและเอกชนทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่ต่างเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริม การตลาดเชิงรุก เช่น เน้นเจาะตลาดไมซ์กลุ่มข้าราชการ และตลาด CSR (ความรับผิดชอบของสังคมและสิ่งแวดล้อมของธุรกิจ) อาทิ การจัดกิจกรรมทำฝายชะลอน้ำเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นต้น สำหรับในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของภาคเหนือ โดยคนไทยนิยมเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวตั้งแต่ช่วงปลายฝนต้นหนาว (ประมาณปลายเดือนตุลาคม) รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางไปร่วมเทศกาลงานประเพณีที่มี เอกลักษณ์เฉพาะตัวในหลายจังหวัดภาคเหนือ เช่น งานประเพณีลอยกระทง เป็นต้น

ในด้านนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือรองลงมาจากแหล่งท่องเที่ยว

ในภาคใต้ และภาคตะวันออก (ไม่นับรวมกรุงเทพฯ) แต่ในระยะข้างหน้าแล้วสัดส่วนของชาวต่างชาติที่จะเดินทางมายังแหล่งท่อง เที่ยวในภาคเหนืออาจจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความโดดเด่นของศิลปวัฒนธรรมล้านนาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ธรรมชาติ การพัฒนาสาธาณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านการคมนาคมทั้งระบบรางและทางอากาศ รวมไปถึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของภาคเหนือที่เอื้อต่อการขายตลาดท่อง เที่ยวเชิงสุขภาพ และตลาดนักท่องเที่ยวพำนักระยะยาวจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เป็นต้น อีกทั้ง ยังมีแรงหนุนจากตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตามกระแสภาพยนตร์จีนที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย โดยเฉพาะตามสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่เป็นส่วนใหญ่ ประกอบกับความสะดวกด้านการเดินทางจากจีนมายังเชียงใหม่ด้วยเส้นทาง R3A ผ่านด่านเชียงของ และทางอากาศ ด้วยเที่ยวบินตรง ซึ่งมีทั้งเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ดังจะเห็นได้จากสถิตินักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมายังภาคเหนือของไทยผ่าน ด่านเชียงของ (จังหวัดเชียงราย) ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2557 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาภาคเหนือของไทยจำนวน 20,331 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

สำหรับในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2557 ขณะที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมายังประเทศไทยลดลงร้อยละ 21.5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (ด้วยจำนวน 2.22 ล้านคน) แต่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางโดยบินตรงมายังจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มขึ้น กว่าเท่าตัวด้วยจำนวน 162,845 คน เหล่านี้อาจจะชี้ให้เห็นทิศทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน (โดยเฉพาะตอนใต้) ที่นับวันจะมีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภาคเหนือ


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดการณ์ว่า ในปี 2557 ตลาดนักท่องเที่ยวของภาคเหนือมีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 6.0 เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่ขยายตัวร้อยละ 7.5 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติรวมทั้งสิ้นประมาณ 26.0 ล้านคน และสร้างเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่คิดเป็นมูลค่า 120,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8


สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมในภาคเหนือของบรรดานักท่องเที่ยวชาวไทยและ ชาวต่างชาติในปี 2557 ตลาดท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวแม้ในอัตราที่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน หน้า โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเดินทางไปยังจังหวัด เชียงใหม่รวมทั้งสิ้นประมาณ 7.52 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.1 เมื่อเทียบกับปี 2556 (ที่ขยายตัวร้อยละ 7.9) และก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดเข้าสู่ธุรกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 62,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.9 เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7

ขณะที่จังหวัดเชียงราย มีความโดดเด่นด้านกิจกรรมการค้าชายแดน ซึ่งมีแนวโน้มหนุนให้ผู้คนรวมถึงนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากยิ่งขึ้นใน อนาคตอันใกล้นี้ ประกอบกับการเปิดใช้เส้นทาง R3A

จะยิ่งช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวจากประเทศจีน (ตอนใต้) เมียนมาร์ และลาว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงขนาด 6.3 ริกเตอร์เมื่อวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม 2557 และตามมาด้วยอาฟเตอร์ช็อคจนถึงปัจจุบันอีกกว่า 1,200 ครั้ง มีแนวโน้มบั่นทอนการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวเชียงรายในปี 2557 ทำให้ชะลอการเติบโตลงจากปี 2556 ที่เติบโตร้อยละ 5.7 จากปีก่อนหน้า โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงรายประมาณ 3.0 ล้านคนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 จากปีที่แล้ว ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ คือ กว่าร้อยละ 80 เป็นนักท่องเที่ยวคนไทยเพิ่มขึ้นในราวร้อยละ 4.9 เทียบกับปีก่อนหน้า(ที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.8) และก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในพื้นที่คิดเป็นมูลค่าประมาณ 21,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า(ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.1)

ตลาดท่องเที่ยวภาคเหนือของไทย : พึ่งนักท่องเที่ยวคนไทยด้วยสัดส่วนร้อยละ 84


การท่องเที่ยวในภาคเหนือพึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นตลาดหลัก ด้วยสัดส่วนกว่าร้อยละ 80 โดยส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น ในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ซึ่งมีเทศกาลงานเฉลิมฉลองหลายเทศกาล อาทิ งานประเพณีลอยกระทง เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รวมถึงเทศกาลตรุษจีน และต่อเนื่องไปถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเดินทางมาร่วมกิจกรรมงานประเพณีสงกรานต์ใน สไตล์ล้านนา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในภาคเหนือ

โดยในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือรวมทั้งสิ้นจำนวน 22,804,190 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคิดเป็นร้อยละ 11.5 ของจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งประเทศ ในจำนวนนี้ประกอบด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 19,130,690 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 3,673,500 คน

จังหวัดเชียงใหม่ เป็นปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 1 ของภาคเหนือ โดยในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนรวมทั้งสิ้น 6,570,642 คน มีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 28.8 ของจำนวนนักท่องเที่ยวรวมของภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยร้อยละ 66.6 (จำนวน 4,378,320 คน) และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติร้อยละ 33.4 (จำนวน 2,192,322 คน) รองลงมา คือ จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนรวมทั้งสิ้นจำนวน 2,751,780 คน มีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 12.1 ของจำนวนนักท่องเที่ยวรวมของภาคเหนือ โดยส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 81.1 เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย (จำนวน 2,231,702 คน) และร้อยละ 18.9 เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (จำนวน 520,078 คน) ส่วนเมืองท่องเที่ยวในภาคเหนือที่ได้รับความนิยมลำดับรองลงมา คือ พิษณุโลก (จำนวน 2,543,766 คน) เพชรบูรณ์ (จำนวน 1,509,632 คน) และตาก (จำนวน 1,438,605 คน) ตามลำดับ


ขณะที่รายได้ท่องเที่ยวของภาคเหนือมีมูลค่า 102,898 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.6 จากปีก่อนหน้า หรือคิดเป็นร้อยละ 7.6 ของรายได้ท่องเที่ยวรวมของทั้งประเทศที่มีมูลค่า 1,349,793 ล้านบาท (ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยว) ทั้งนี้ จากมูลค่าดังกล่าว ส่วนใหญ่ คือ ประมาณร้อยละ 71.3 มาจากนักท่องเที่ยวชาวไทยคิดเป็นมูลค่า 73,354 ล้านบาท และอีกร้อยละ 28.7 คิดเป็นมูลค่า 29,544 ล้านบาทมาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายจังหวัด พบว่า จังหวัดเชียงใหม่สร้างรายได้ท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ โดยมีมูลค่า 53,863 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 52.3 ของรายได้ท่องเที่ยวภาคเหนือโดยรวม รองลงมา คือ จังหวัดเชียงรายมีรายได้ท่องเที่ยวคิดเป็นร้อยละ 18.3 ด้วยมูลค่า 18,817 ล้านบาท และตามมาด้วย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก ด้วยสัดส่วนร้อยละ 5.5 ร้อยละ 4.3 และร้อยละ 4.0 ตามลำดับ

วิถีการทำธุรกิจท่องเที่ยวในภาคเหนือของไทย


ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของภาคเหนือ ทั้งในด้านความพร้อมและความหลากหลาย ของทรัพยากรด้านการท่องเที่ยว บริการด้านการท่องเที่ยว สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน รวมทั้งการพัฒนาโครงข่ายด้านการคมนาคมเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และความสะดวกด้านการคมนาคมเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ หากทุกภาคส่วนประสานความร่วมมือมุ่งพัฒนายกระดับการท่องเที่ยวภาคเหนือ โดยเพิ่มกิจกรรมกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในภาคเหนือตลอดทั้งปีไม่ กระจุกตัวอยู่เฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยว จะช่วยเพิ่มอัตราการเข้าพักให้ธุรกิจด้านที่พักในภาคเหนือ ส่งผลดีก่อให้เกิดการใช้ห้องพักพักอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้แออัดอยู่เฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยวเพียงไม่กี่เดือน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องธุรกิจด้านที่พักในภาคเหนือ นอกจากนี้ หากมีการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อกระจายการท่องเที่ยวให้ครอบคลุม แหล่งท่องเที่ยวหลักและแหล่งท่องเที่ยวรองในภาคเหนือได้อย่างทั่วถึง จะยิ่งเกื้อหนุนให้การท่องเที่ยวในภาคเหนือมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องไปใน อนาคต

ในด้านการคมนาคมที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น นับได้ว่าการเปิดใช้เส้นทาง R3A ตั้งแต่กลางปี 2556 อำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้ามายังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภาคเหนือของไทย ผ่านทางด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย ให้กับบรรดานักท่องเที่ยวกลุ่มมีกำลังซื้อจากเมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีนตอน ใต้ (กว่างซีและคุนหมิง) รวมถึงตลาดนักท่องเที่ยวระดับบนของเมียนมาร์ ที่นิยมเดินทางมารับบริการทางการแพทย์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย เกื้อหนุนต่อการขยายตลาดท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวพำนักระยะยาว

สำหรับธุรกิจด้านที่พักของนักท่องเที่ยวในภาคเหนือ ที่ปัจจุบันมีจำนวนห้องพักรวมทั้งสิ้นประมาณกว่า 80,000 ห้อง (โดยห้องพักส่วนใหญ่ คือ เกือบร้อยละ 40 หรือประมาณกว่า 30,000 ห้องอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่) มีอัตราการเข้าพักสูงขึ้นตามลำดับ จากเฉลี่ยร้อยละ 28.63 ในปี 2554 เพิ่มขึ้นมาเป็นเฉลี่ยร้อยละ 36.82 ในปี 2555 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาในปี 2556 สำหรับในปี 2557 อัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวในภาคเหนือมีแนวโน้มทรงตัวในระดับใกล้เคียง กับปี 2556

เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังจากการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจที่พักในจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงก่อน การจัดงานพืชสวนโลกฯ ในปี 2549 ส่งผลให้ธุรกิจที่พักในจังหวัดเชียงใหม่ประสบปัญหาห้องพักมีปริมาณเกินความ ต้องการมาอย่างต่อเนื่องหลังสิ้นสุดงานพืชสวนโลกฯ (ในช่วงต้นปี 2550) นำไปสู่การปรับตัวของธุรกิจด้านที่พักในจังหวัดเชียงใหม่ ไปในลักษณะของที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนห้องไม่มาก เพื่อความคล่องตัวในการปรับตัวรับสถานการณ์ด้านการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยพัฒนาด้านรูปแบบของที่พักและการบริการให้สอดคล้องกับนักท่องเที่ยวเฉพาะ กลุ่มที่เป็นตลาดเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุต่างชาติจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่ต้องการสถานที่เพื่อพำนักระยะยาวในต่างประเทศ ที่ภูมิอากาศเอื้ออำนวย ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตประจำวันอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และมีความพร้อมของบริการด้านสุขภาพที่ได้มาตรฐานรองรับ ประกอบกับอัธยาศัยของผู้คนในภาคเหนือที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี มีน้ำใจ และไมตรี เหมาะกับงานบริการ เหล่านี้ล้วนเอื้ออำนวยต่อการให้บริการในด้านที่พัก อาหาร-เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มผู้สูงอายุตามวิถีธรรมชาติ

จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ธุรกิจด้านที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวในภาคเหนือ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ยังคงมีโอกาสขยายตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูงอยู่ รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ การท่องเที่ยว ได้แก่ ธุรกิจนำเที่ยวในพื้นที่ ธุรกิจบริการด้านการแพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและแพทย์ทางเลือก (เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล ธุรกิจบริการนวดแผนไทย/สปา/โยคะ) ธุรกิจค้าปลีก (เช่น คอมมูนิตี้มอลล์) ธุรกิจร้านอาหารเฉพาะกลุ่ม (อาทิ อาหารเพื่อสุขภาพ ร้านอาหารญี่ปุ่น) และธุรกิจสนามกอล์ฟ เป็นต้น

แนวคิดของธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในภาคเหนือของไทย



การเตรียมความพร้อมสำหรับ AEC


การรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะช่วยส่งเสริมการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ของประเทศสมาชิกอาเซียน ประกอบกับปัจจัยด้านความสะดวกสบายด้านคมนาคมทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ เหล่านี้น่าจะช่วยดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนของไทย/ต่างชาติ ให้หันมาลงทุนในธุรกิจบริการด้านท่องท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวภาคเหนือของไทย

ผลจากเออีซีต่อธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว



ในอีกด้านหนึ่ง คงยากจะปฏิเสธว่า เออีซีก็อาจมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวและ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องบางส่วน แต่ผลกระทบจะมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับการปรับตัวของผู้ประกอบการเอง โดยเฉพาะความยืดหยุ่นของธุรกิจต่อปัจจัยแวดล้อม เช่น มาตรการกระตุ้นตลาดเดินทางท่องเที่ยวซ้ำ และขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อจากประเทศเพื่อนบ้าน การบริหารจัดการทรัพยากรและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น อย่างไรก็ดี การศึกษาถึงผลของเออีซีต่อธุรกิจของตนเอง อาจจะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ประเมินสถานะทางธุรกิจ และเตรียมแผนรับมือ/รุกได้อย่างเหมาะสม

โดยอาจกล่าวถึงผลกระทบจากเออีซีได้ว่า แม้จะก่อให้เกิดภาวะการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่เออีซีก็ทำให้ตลาดนักท่องเที่ยวมีขนาดใหญ่ขึ้นตามด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นโอกาสที่สำคัญแก่ผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการขยายฐานนักท่อง เที่ยวต่างชาติได้ทุกกลุ่ม ครอบคลุมกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วไป (กลุ่มวัยรุ่นวัยทำงาน) ไปจนถึงกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง อาทิ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มนักท่องเที่ยวพำนักระยะยาว และกลุ่มทัวร์กอล์ฟ จากภูมิภาคยุโรป (ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย) และภูมิภาคเอเชีย (จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) รวมถึงนักท่องเที่ยวในตลาดระดับบนจากกลุ่มประเทศอาเซียน (เมียนมาร์ อินโดนีเซีย) เหล่านี้ น่าจะช่วยกระตุ้นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายเข้ามาใช้บริการด้านการท่อง เที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย

ทั้งนี้ จากทิศทางการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวในภาคเหนือดังกล่าว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้ในปัจจุบันผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งที่ดำเนินธุรกิจบริการด้านการท่อง เที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องดูเหมือนจะมีความได้เปรียบหลายด้าน แต่สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยยังพอมีลู่ทางลงทุนสำหรับการยกระดับคุณภาพการ ให้บริการ การเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าเป้าหมาย รวมถึงการแสวงหาโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมในไทย/ต่างประเทศเพื่อประชาสัมพันธ์การ บริการและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ

สรุปและข้อเสนอแนะ


แหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือที่มีความโดดเด่นด้านศิลปวัฒนธรรมล้านนา สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว

ทั้งคนไทยและต่างชาติเดินทางเข้าไปเยือนประมาณไม่ต่ำกว่า 26.0 ล้านคนในปี 2557 และสร้างรายได้ท่องเที่ยวกระจายสู่ท้องถิ่นประมาณกว่า 1.2 แสนล้านบาท หากได้รับแรงเกื้อหนุนจากปัจจัยสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะความสะดวกด้านการเดินทาง และการส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และเพิ่มรายได้ท่องเที่ยวให้กระจายไปยังทุกพื้นที่ในภาคเหนืออย่างทั่วถึง ซึ่งมีแนวโน้มส่งผลดีต่อการขยายตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวระดับบนจากชาติอาเซียน รวมทั้งนักท่องเที่ยงชาวจีน

ขณะที่เมื่อก้าวสู่เออีซีในช่วงปลายปี 2558 จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการขยายตัวแก่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวโดยตรง ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจนำเที่ยว รวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ (เช่น ธุรกิจที่พักระยะยาว ธุรกิจรับดูแลผู้ป่วย/ผู้สูงอายุต่างชาติ ธุรกิจให้บริการด้านการแพทย์ ธุรกิจด้านการขนส่ง ธุรกิจสนามกอล์ฟ เป็นต้น) อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของไทยจะต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่ มีแนวโน้มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จากผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างชาติ ทั้งในกลุ่มอาเซียนและนอกอาเซียน แต่ผลกระทบดังกล่าวจะมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับการปรับตัวขององค์กรธุรกิจเอง

สำหรับในส่วนของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวเนื่อง ควรมีมาตรการต่างๆ สำหรับอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้งนี้ เพื่อรักษาเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของภาคเหนือให้คงไว้ ขณะเดียวกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่าง เข้มข้น และยกระดับการให้บริการของธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง (เช่น บริษัททัวร์ โรงแรม/รีสอร์ท ร้านอาหาร สปา เป็นต้น) รวมถึงการเพิ่มทักษะให้ไกด์นำเที่ยวมีความรู้และสามารถถ่ายทอดความเป็น เอกลักษณ์และวิถีของชาวไทยภาคเหนือให้แก่นักท่องเที่ยวได้ นอกจากนี้ ควรดำเนินการควบคู่ไปกับ การเพิ่มขีดความสามารถด้านการสื่อสารภาษาต่างประเทศสำหรับผู้ให้บริการใน ธุรกิจด้านท่องเที่ยว (ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น รวมถึงภาษาอาเซียน) ตลอดจนประชาชนในท้องที่ และการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวย้อนรอยวัฒนธรรมสิบสองปันนา ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวจาก จีน (ตอนใต้)-เมียนมาร์-ลาว (เหนือ)-จนมาถึงไทย (ภาคเหนือ)

อย่างไรก็ดี ในภาวะที่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยมีแนวโน้มชะลอตัวในปี 2557 ตลาดไทยเที่ยวไทยน่าจะอีกหนึ่งตลาดที่ควรได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของ ไทย เพื่อชดเชยรายได้ท่องเที่ยวที่หดหายไปจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่าง ชาติที่เดินทางมาไทย ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจด้านท่องเที่ยวคงต้องติดตามสถานการณ์ตลาดไทยเที่ยวไทยและ ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้มีความสอดคล้อง นอกจากนี้ ยังคงต้องติดตามมาตรการและนโยบายที่จะมาช่วยกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวไทยในช่วง ที่เหลือของปี



แหล่งที่มาของข้อมูล
กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 

http://www.ksmecare.com/Article/82/31905/%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น