วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558

CSR 360° ออกอากาศในรายการข่าว 3 มิติ วันพุธที่ 20 สิงหาคม 2557

ตัวอย่างCSV



ตัวอย่างCSV


การ สร้างคุณค่าร่วม หรือ CSV สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ คือ ระดับของการคิดค้นผลิตภัณฑ์ (Products) ขึ้นใหม่ที่เป็นความต้องการของสังคม โดยเฉพาะกับตลาดหรือกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง ระดับของการกำหนดบรรทัดฐานใหม่ในเรื่องผลิตภาพโดยให้ความสำคัญกับประเด็นทาง สังคมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chains) และระดับของการพัฒนากลุ่มความร่วมมือ (Cluster) ในท้องถิ่นที่เอื้อต่อธุรกิจ

3levels-csv
ตัวอย่างของ CSV ในระดับผลิตภัณฑ์ (Products) ได้แก่ โปรแกรมสินเชื่อรับประกันการประหยัดพลังงานกสิกรไทย (K-Energy Saving Guarantee Program) ที่ธนาคารให้แก่ผู้ประกอบการในรูปของสินเชื่อลีสซิ่ง / เช่าซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ และ/หรือ เงินกู้ระยะยาว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงการจัดการด้านพลังงานให้มี ประสิทธิภาพ ผ่านการใช้บริการจากบริษัทจัดการด้านพลังงาน (Energy Service Company - ESCO) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาและบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างครบวงจร และมีการรับประกันผลการประหยัดพลังงานที่ได้จากการลงทุนในโครงการดังกล่าว ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าผลการประหยัดพลังงานที่ได้จากการลงทุนใน โครงการจะเป็นแหล่งที่มาหลักของการชำระคืนเงินกู้ของลูกค้า (Self-Financing Project) โดยไม่กระทบกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติของกิจการ ผลจากการลดต้นทุนการใช้พลังงาน นอกจากจะเป็นผลดีต่อสภาพแวดล้อมและการใช้พลังงานของประเทศโดยรวมแล้ว ยังทำให้กิจการมีสถานะทางการเงินและความสามารถทางการแข่งขันดีขึ้นในระยะยาว

ตัวอย่างของ CSV ในระดับห่วงโซ่คุณค่า (Value Chains)
ได้แก่ การนำเทคโนโลยีควบคุมการก่อสร้างบ้านแบบ Real Estate Manufacturing (REM) ของพฤกษา เรียลเอสเตทที่ประยุกต์มาจากกระบวนการผลิตแบบอุตสาหกรรม ด้วยการวางแผนการทำงานร่วมกับผู้รับเหมาก่อสร้างและผู้ส่งมอบในห่วงโซ่คุณ ค่าให้รับผิดชอบเฉพาะในส่วนงานที่ตนเองมีความถนัดเพียงกิจกรรมเดียว จนสำเร็จทั้งเฟส หรือโครงการ ณ จุดก่อสร้าง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการก่อสร้างสูงสุด มีการควบคุมกระบวนการทำงานให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอนที่เหมาะสม มีจังหวะการทำงานที่แน่นอน มีการทำงานอย่างต่อเนื่องในสายการก่อสร้างระหว่างผู้รับเหมาและผู้ส่งมอบแต่ ละราย มีระบบการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพระหว่างการก่อสร้างในทุกขั้นตอนทำให้ย่น ระยะเวลาก่อสร้างเฉลี่ยจาก 45 วัน เหลือเพียง 21 วัน จนเป็นผลให้บริษัทสามารถส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพในมาตรฐานเดียวกันและในเวลา อันรวดเร็วให้แก่ลูกค้า

ตัวอย่างของ CSV ในระดับกลุ่มความร่วมมือ (Cluster)
 ได้แก่ สถานีบริการน้ำมันสหกรณ์ ที่ บางจาก ปิโตรเลียม เริ่มต้นจากแนวคิด “น้ำมันแลกข้าว” เพื่อแบ่งปันแลกเปลี่ยนปัจจัยในการยังชีพ โดยบริษัทนำข้าวที่ได้รับจากสหกรณ์ไปบริจาคให้เป็นอาหารกลางวันแก่นักเรียน ในโรงเรียนรอบโรงกลั่น ส่วนสหกรณ์นำน้ำมันของบริษัทในราคาถูกไปจำหน่ายให้แก่สมาชิก พัฒนาเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจจนยกระดับสู่ธุรกิจสมัยใหม่ในรูปแบบของการจัด ตั้งเป็นสถานีบริการน้ำมัน
สหกรณ์ และสถานีบริการน้ำมันชุมชนโดยลำดับ ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันชุมชน ซึ่งมีคนในชุมชนเป็นสมาชิกและเจ้าของจำนวน 618 สถานี เป็นวิถีการดำเนินธุรกิจที่มีวิธีคิดและวัฒนธรรมที่อุ้มชูกันและกัน ให้โอกาสคนไทยได้เป็นเครือข่ายร่วมธุรกิจ ที่นอกจากสร้างรายได้จากยอดขายน้ำมันแล้ว สมาชิกของชุมชนยังได้รับเงินปันผลปลายปี เพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวที่เป็นสมาชิกอีกกว่า 1.2 ล้านครัวเรือน เป็นประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมไปพร้อมกัน
0127

CSV Forum เป็นแหล่งรวมทรัพยากรในรูปขององค์ความรู้ เครื่องมือ ตัวอย่าง และกรณีศึกษา สำหรับการสร้างคุณค่าร่วม รวมทั้งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์เรื่อง CSV ระหว่างองค์กรสมาชิก ตลอดจนการสานสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

Recent

Forum

งาน สัมมนา “Shared Value Opportunities in Thailand” จัดโดยสถาบันไทยพัฒน์ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2557 ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (รายละเอียด)
http://www.csvforum.com/


http://www.csvforum.com/index.php/2014-09-11-04-17-56/examples

CSV Forum in Thailand : Shared Value (1/8)

ถอดรหัส "โคคา-โคลา"-"เนสท์เล่" บูรณาการ CSV สร้างธุรกิจยั่งยืน

ถอดรหัส "โคคา-โคลา"-"เนสท์เล่" บูรณาการ CSV สร้างธุรกิจยั่งยืน

Prev
1 of 1
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 21 เม.ย 2558 เวลา 17:30:01 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
CSV (Create Shared Value) ถือเป็นการต่อยอดแนวคิดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) เพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้ยั่งยืน โดย CSV เป็นนโยบายและแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ควบคู่ไปกับส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนที่องค์กรให้ความสำคัญ

ในทางปฏิบัติ คือ การนำเอาคุณค่าทางธุรกิจกับคุณค่าทางสังคมมาเป็นแนวคิดในการวางกลยุทธ์เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว ดังนั้น CSV จึงเป็นแนวทางที่เป็นรูปธรรมซึ่งสามารถสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กร สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง

โดยมีกุญแจความสำเร็จที่สำคัญ คือ การสร้างความเข้าใจในการวางแนวคิดและกลยุทธ์ CSV ให้สอดรับกับธุรกิจ ซึ่งสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม จัดสัมมนาเพื่อเรียนรู้หลักการ แนวทางปฏิบัติ และการวัดผลการดำเนินงานด้าน CSV ให้กับองค์กรต่าง ๆ ผ่านกิจกรรม Green Talk ในหัวข้อ "การนำแนวทาง CSV ไปปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนทางธุรกิจ"

ซึ่งมีผู้รู้จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาถ่ายทอด บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจในการทำกิจกรรม CSV ให้กับองค์กรและสังคม

เริ่มต้นด้วย "นันทิวัต ธรรมหทัย" Public Affairs and Communications Director บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึงแนวคิดการทำ CSV จากการปลูกฝังพันธกิจขององค์กรที่ว่ามุ่งมั่นสร้างศักยภาพด้านการดำเนินธุรกิจไปพร้อม ๆ กับสร้างความสดชื่นให้โลกใบนี้

"ย้อนไปราว ๆ 3-4 ปีก่อน โค้กเริ่มสะท้อนความเป็นตัวตนผ่านการสร้าง CSV โดยหวังเป็นโครงการที่สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ตลอดจนชุมชนและสังคม ผมมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการทำให้ CSV ประสบความสำเร็จคือการสร้างความไว้วางใจให้กับสังคมและชุมชน เพราะแบรนด์ที่ดีจำเป็นจะต้องรักษาพันธสัญญาในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นระหว่างองค์กรและสังคม โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าในห่วงโซ่ของเรา"

"เวลาพูดถึงการรักษาไว้ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจ หลายคนมองเป็นเรื่องความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับโค้กมองข้ามไปถึงการสร้างคุณค่าให้กับองค์กร เพราะต้องยอมรับว่าการที่จะทำให้องค์กรเติบโตไปข้างหน้าเราจะต้องมีฐานที่แข็งแรงจากพนักงานและชุมชน ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจนี้เองจะสามารถทำให้เราสามารถเดินไปถึงจุดนั้นได้อย่างแข็งแกร่ง"

สำหรับโค้กมีการวางกรอบการดำเนินงานด้าน CSV 3 มิติ คือ

หนึ่ง Me โค้กจะต้องผลิตและทำการตลาดอย่างมีความรับผิดชอบ

สอง We ส่งเสริมสถานภาพชุมชนรอบข้าง

สาม World รักษาสภาพแวดล้อมให้กับชุมชนและสังคมทั่วโลก


โดยทั้ง 3 มิติ ครอบคลุม 3 ส่วนประกอบด้วย

หนึ่ง Women มุ่งส่งเสริมศักยภาพด้านการดำเนินธุรกิจให้กับผู้หญิงในห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้โครงการ 5by20 อันหมายถึง ช่วยเหลือผู้หญิงจำนวน 5 ล้านคน กว่า 100 ประเทศทั่วโลก ภายในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) ไม่ว่าจะเป็นชาวสวนผลไม้ หรือกระทั่งช่างฝีมือ ซึ่งได้พยายามตอบโจทย์ปัญหาทางธุรกิจที่ผู้หญิงส่วนใหญ่พบเจอ และเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเรียนรู้ทักษะการดำเนินธุรกิจ เพื่อต่อยอดความรู้ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของตนเองในอนาคต

สอง Water ในฐานะผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำโดยตรง เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ทำให้โคคา-โคลาตั้งเป้าหมายระดับโลกว่า ภายในปี 2563 บริษัทโคคา-โคลาในทุกประเทศต้องมีโครงการคืนน้ำกลับสู่ชุมชนและธรรมชาติในปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่ม

สาม Well being ส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย โดยผ่านชมรมฟุตบอลโคคา-โคลา กิจกรรมปั่นจักรยานซึ่งทุกกิจกรรมที่จัดตั้งขึ้นสามารถตอบโจทย์ให้ทุกกลุ่มวัยเป็นอย่างดี

"นันทิวัต" บอกอีกว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเราเชื่อในการสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรไปพร้อม ๆ กับสังคม เพราะการทำธุรกิจไม่สามารถแยกองค์กรออกจากสังคมได้ เราจึงต้องเดินเคียงข้างไปด้วยกัน

"ดังนั้น สิ่งที่เรายึดถือต่อไป คือ การสร้างทีมงานที่ทำหน้าที่สร้างความไว้วางใจให้กับชุมชนและสังคม เพื่อผสานความร่วมมือ ต่อยอดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ร่วมกัน จนนำไปสู่การสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป"

อีกด้านหนึ่งของ "เนสท์เล่" ที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (Creating Shared Value) โดยยึดเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจตามหลักปฏิบัติที่ดี ซึ่งถือเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมของเนสท์เล่

เบื้องต้น "สันทนา ชาตินักรบ" CSV Manager บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้เล่าถึงมุมมองในการทำ CSV ของเนสท์เล่ด้วยการสร้างวิถีแห่งการแบ่งปัน โดยมองว่าเราไม่ใช่ผู้ให้แต่เป็นผู้แบ่งปัน เพราะถ้าสังคมอยู่ได้อย่างยั่งยืน องค์กรจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนเช่นเดียวกัน

โดยวิถีแห่งการแบ่งปันของเนสท์เล่ มุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลักประกอบด้วย

หนึ่ง พัฒนาด้านโภชนาการเพื่อผู้บริโภค เนสท์เล่เชื่อว่าอนาคตของบริษัทขึ้นอยู่กับการช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แม้ว่าความต้องการสารอาหารในแต่ละที่จะแตกต่างกัน แต่นั่นคือความท้าทายที่จะช่วยพัฒนาโภชนาการให้แก่ผู้บริโภคทุกกลุ่มในสังคม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับกับฐานรายได้ของคนในสังคมอีกด้วย

สอง การพัฒนาด้านการเกษตรและชุมชน ความท้าทายที่เราเผชิญอยู่ คือ การหาหนทางที่จะลดผลกระทบจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง และลดปัญหาสังคมที่สะสมมาเป็นเวลายาวนาน

สาม การพัฒนาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งมั่นผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่รสชาติดี มีคุณค่าทางโภชนาการ และส่งผลกระทบต่อ

สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว "สันทนา" เน้นย้ำว่าล้วนเป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาและสร้างสรรค์คุณค่าได้ดีที่สุดให้แก่สังคมและผู้ถือหุ้นไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้น ทั้ง 3 เรื่องจึงเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นสิ่งสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนและสังคมในระยะยาว

"โดยมุ่งเน้นดำเนินการให้ครอบคลุมทั้ง 3 ประการข้างต้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดตั้งเนสท์เล่อาสา โดยมุ่งมั่นและยินดีสนับสนุนให้พนักงานทำกิจกรรมดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ นอกเวลาทำงานปกติ โดยยึดจุดประสงค์เดียวกันคือการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน"

"เนื่องจากการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมไม่ใช่เพียงแค่การให้หรือบริจาคเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับการปฏิบัติงานในทุก ๆ กิจกรรมหลักของเนสท์เล่ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการยกระดับการดำเนินธุรกิจของหุ้นส่วนธุรกิจต่าง ๆ อีกด้วย"

เพราะทั้งมวลคือการนำ CSV ไปปฏิบัติเป็นหลักการดำเนินงาน เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนทางธุรกิจอย่างสร้างสรรค์

https://www.blogger.com/blogger.g?blogID=1565147350871907632#editor/target=post;postID=1290849958263472135


สถาบันไทยพัฒน์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนา “Shared Value Opportunities in Thailand”


สถาบันไทยพัฒน์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนา “Shared Value Opportunities in Thailand”

ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ ร่วมกับ บดินทร์ อูนากูล รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ปาจารีย์ คุณชัยมัง หุ้นส่วน บริษัท เอ็กซ์เพิร์ท แอสเปค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดงานสัมมนา “Shared Value Opportunities in Thailand”
ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก ภายในงานมีการเสวนาในมุมมองและประสบการณ์จากผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจด ทะเบียนชั้นนำต่างๆ อาทิ ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. พฤกษา, วิเชียร อุษณาโชติ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บมจ. บางจาก ปิโตรเลียม และ ณธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และโอกาสของการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจและสังคม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ พร้อมเรียนรู้การใช้เครื่องมือ Shared Value Opportunity Identification (SVOI) เพื่อพัฒนาความริเริ่มตามแนวคิด Creating Shared Value (CSV) ของกูรูด้านกลยุทธ์ ไมเคิล อี พอร์เตอร์ และมาร์ค เครเมอร์ มาพัฒนาเป็นกลยุทธ์ธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ทางสังคม ด้วยการนำความเชี่ยวชาญของหน่วยงานมาใช้สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้แก่องค์กร และสังคมอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันจาก ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ และ ปาจารีย์  คุณชัยมังหุ้นส่วน บริษัท เอ็กซ์เพิร์ท แอสเปค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานราว 300 คน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา


บดินทร์ อูนากูล
Step To Sustainable Stock Exchange
บดินทร์ อูนากูล รองผู้จัดการ ตลาดหลัก-ทรัพย์แห่งประเทศไทย
“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาระบบ capitalism ส่งเสริมการสร้างความมั่งคั่งให้กับหลายๆ ส่วนในประเทศ ตลาดหลักทรัพย์เติบโต ควบคู่ไปพร้อมความเติบโตของกิจการมากหลายที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาด โดยภาพรวมก็เป็นบทพิสูจน์ของการสร้าง wealth ให้กับเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด แต่คำถามคือในด้านสังคมแล้วดีขึ้นตามความ มั่งคั่งของเศรษฐกิจหรือไม่? อันนี้ยังเป็นคำถามที่ต้องมาหาคำตอบ แต่อย่างไรก็ดีมีสิ่งที่น่าสนใจคือ ระบบ capitalism ได้ออกผลผลิตหนึ่งออกมาที่เรียกว่า CSR โดยวันนี้กำลังจะก้าวไปสู่เรื่อง CSV แนวคิดเรื่องนี้คือ ไม่ว่ากิจการไหนก็ตาม ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับชุมชน หรือสังคมซึ่งประกอบไปด้วยทั้ง ลูกค้า คู่ค้า ลูกจ้าง คนทำงาน เมื่อโจทย์ของวันนี้ที่เราต้องคิดทุกอย่างรอบด้าน ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง integrated องค์ประกอบทั้งหมดเข้ามาสู่แผนการทำธุรกิจของแต่ละองค์กร
สำหรับตลาดหลักทรัพย์ในเดือนตุลาคมที่จะถึงทางตลาดจะไปทำการลงนามการเป็น Sustainable Stock Exchange หนึ่งใน 14 Sustainable Stock Exchange ของทั่วโลก ซึ่งเป็นการ commit กับ UN ว่า ต่อไปนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเราจะคำนึงถึงทุกส่วนของการทำธุรกิจไม่ว่าจะ social, ESP, staff, stakeholder และนั่นกำลังได้รับการบรรจุเข้าสู่การทำแผนในอนาคตที่กำลังจะมาถึง”

ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ
ยกระดับสู่ CSV
ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์
“ทุกวันนี้ การทำ CSV หรือ Creating Shared Value ได้เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้วในหลากหลายองค์กรธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งหลายแห่งก็สอดคล้องกับแนวทางธุรกิจหรือวิสัยทัศน์ของบริษัท รวมไปถึงตรงตามนิยามที่ ไมเคิล อี พอร์เตอร์ และ มาร์ค เครเมอร์ ผู้นำเสนอแนวคิดนี้ได้บัญญัติศัพท์นี้ขึ้นมา ดังนั้น ประเด็นที่ควรพูดถึงตอนนี้คงไม่ใช่ว่า แต่ละธุรกิจจะสามารถนำแนวคิด CSV ไปปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างไร แต่คงเป็นไปในทางกลับกันว่าแนวคิด CSV ของต่างประเทศจะเข้ามายึดพื้นที่เพื่ออธิบายสิ่งที่ธุรกิจไทยได้ทำนี้ว่าสอด คล้องกับแนวคิดต้นตำรับอย่างไร
“เพราะต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่าการทำ CSV เป็นการขยาย Scale ของผลที่เกิดขึ้นจาก CSR ที่ธุรกิจนั้นสามารถบริหารจัดการผลกระทบของการทำธุรกิจที่เกิดกับสังคมในทาง ใดทางหนึ่งได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว ต่อจากนั้น จึงต้องส่งมอบผลทางบวกต่อสังคมไปพร้อมๆ กับการสร้างคุณค่าทางธุรกิจต่อไปในรูปแบบของการทำ CSV ด้วยการจับประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม หรือ Address Social Issue ก่อน แล้วค่อยมาคิดว่าจะนำความเชี่ยวชาญทางธุรกิจของแต่ละบริษัทไปแก้ไขหรือ บรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นในวิถีทางไหนบ้าง ซึ่งเดิมแนวคิดนี้ พอร์เตอร์เคยนิยามไว้ว่าเป็น Strategic CSR และได้ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นแนวทางการทำ CSV เหมือนเช่นทุกวันนี้ ดังนั้น CSV จึงยืนอยู่บน Platform เดียวกับ CSR แต่ CSV เป็น CSR In Process นั่นเอง
“ที่ผ่านมา มีหลายกรณีศึกษาขององค์กรชั้นนำในประเทศไทยที่นำแนวคิด CSV ไปขยายผลเป็นโครงการเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จหลายโครงการ บางองค์กรมีศักยภาพถึงขนาดมีแนวคิด CSV อยู่ใน DNA ขององค์กรนั้นไปเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ CSV จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายองค์กรต้องให้ความสนใจและศึกษาเพิ่มเติม เพื่อไปอธิบายให้ได้ว่าจะวางแผนงานด้านการทำ CSV อย่างไร รวมถึงสิ่งที่องค์กรทำอยู่มันสอดคล้องกับแนวคิดของ CSV อย่างไรด้วย”

ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์
CSV กับทฤษฏี กระเพาะปลา
ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พฤษภา เรียลเอสเตท
เมื่อฟังว่า CSV คืออะไร ทำให้นึกถึงทฤษฎี “กระเพาะปลา” ที่ได้รับการสั่งสอนจากคุณพ่อเมื่อยังเด็กสมัยที่คุณพ่อยังขายกระเพาะปลา โดยคุณพ่อให้ความสำคัญกับ
การเลือกซื้อวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน แม้ต้นทุนจะสูง แต่กลับใส่ใจที่จะเลือกของดีให้กับลูกค้า และตั้งราคาที่เหมาะสมและรับได้ของผู้ซื้อ จนวันนี้ การทำธุรกิจของพฤกษาฯ ก็ยึดหลักการเดียวกับแนวคิดการขายกระเพาะปลาของคุณพ่อ ที่เน้นการเลือกเฟ้นวัสดุ และสิ่งประกอบการก่อสร้างที่ให้ลูกค้าได้ความพอใจสูงที่สุด ด้วยราคาที่เหมาะสม ด้วยหวังว่าลูกค้าพอใจและนั่นคือการนำมาซึ่งความยั่งยืนของธุรกิจ คิดว่านั่นก็คือการคำนึงถึงคุณค่าร่วมในแบบที่วันนี้เรียกว่า CSV ที่ธุรกิจต้องการสร้างความเติบโตไปพร้อมกับการใส่ใจลูกค้าให้ได้รับสิ่งที่ ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการใช้สินค้าและบริการของเรา

วิเชียร อุษณาโชติ
Business model 3.0 = CSV
วิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บางจาก ปิโตรเลียม
หากจะเปรียบถึงรูปแบบการทำธุรกิจหรือ business model ที่ผ่านมาผมเปรียบไว้เป็น 3 ยุคตั้งแต่ยุค business model 1.0 ที่เราถูกสอนและฝึกให้ทำอะไรใช้ “สมอง” ภายใต้แนวคิด optimization เพื่อเป้าหมายคือการทำกำไรสูงสุด ซึ่งต่อมายุค 10-15 ปีมานี้เราเข้าสู่ยุค business model 2.0 ที่เราเริ่มใช้ “หัวใจ” ทำงาน เพิ่มไปจากเพียงสมอง โดยเราเริ่มแคร์และสนใจสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น และนั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่า CSR–In-Process และวันนี้ เรากำลังพูดถึง business model 3.0 ซึ่งเป็นยุคของ CSV ที่เราต้องใช้ “จิตวิญญาณ” เพิ่มไปจากหัวใจและสมอง ซึ่งเมื่อรวบทุกสิ่งเข้าด้วยกันแล้ว เราจะสามารถแก้ไขปัญหาของสังคมอันจะทำให้ธุรกิจยั่งยืนไปได้ และในวันนี้ ผมอยากเชิญชวนทุกๆ ท่านมาร่วมกันทำ CSV ร่วมกันคือ CSV เพื่อแก้ปัญหาของบ้านเราในเรื่อง “ทุจริต คอร์รัปชั่น” อยากเชิญทุกคนร่วมทำ CSV เพื่อแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นให้หมดไปจากสังคมไทย โดยการร่วมไม่สนับสนุนเช่น สื่อไหน รายการใด แม้จะมีเรทติ้งสูงเพียงไหน ถ้ามีพฤติกรรมส่อออกมาถึงการคอร์รัปชั่นก็ขอให้เลิกสนับสนุน เพื่อขจัดให้การคอร์รัปชั่นหมดไปให้ได้จากสังคม

ธีรนันท์ ศรีหงส์
CSV = Longterm benefits
ธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย
“คำว่า CSV เป็นคำใหม่ที่เริ่มเข้ามา เมื่อฟังนิยามและความหมายของแนวคิดแล้ว สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่แต่อย่างใดสำหรับธนาคาร เมื่อหันมามองสิ่งที่ ธนาคารกสิกร ยึดถือทำมาโดยตลอดมา ถือเป็นหลักบอกต่อและบอกกล่าวกันจากผู้บริหารสูงสุดลงมาคือ การคำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาวขององค์กรและส่วนรวม เพราะโดยตัวธนาคารกสิกรเองแล้ว มีบทบาทสำคัญนอกจากให้บริการทางการเงิน ซึ่งมีเป้าหมายที่ต้องการให้บริการทางการเงินที่ให้ประสิทธิภาพสูงที่สุด แล้ว ธนาคารยังมีส่วนสำคัญกับเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างยิ่ง เพราะธนาคารอยู่ในกลไกเศรษฐกิจของประเทศ เป็นธนาคารใหญ่อันดับสองของประเทศ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ งานของเราจึงต้องคำนึงและเล็งผลประโยชน์ในระยะยาวของทั้งองค์กร สังคม ชุมชนและประเทศ และถือเป็นสิ่งที่ถือปฏิบัติมาโดยตลอด ซึ่งแนวคิดและแนวปฏิบัตินี้เป็นภาพรวมในเชิงปรัชญาขององค์กร และส่งผลต่อการคิดผลิตภัณฑ์ การบริการ ตลอดจนโครงการใดๆ ของธนาคารจะต้องสอดคล้องกับแนวทางหลักของธนาคาร
เสมอมา และหัวใจสำคัญที่ CSV จะบรรลุผลสำเร็จได้ก็จะต้องเกิดจากการเล็งเห็นความสำคัญของผู้บริหารระดับ สูงขององค์กรที่ เห็นและเชื่อ ออกเป็นนโยบาย top down policy และผลักดันให้ความเชื่อเกิดจนผลสำเร็จในสายปฏิบัติการจนเกิดเป็น bottom-up และนั่นคือสิ่งที่ CSV จะเป็นผลสำเร็จ”

http://www.mbamagazine.net/index.php/must-read-3/2013-shared-value-opportunities-in-thailand