วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558

ถอดรหัส "โคคา-โคลา"-"เนสท์เล่" บูรณาการ CSV สร้างธุรกิจยั่งยืน

ถอดรหัส "โคคา-โคลา"-"เนสท์เล่" บูรณาการ CSV สร้างธุรกิจยั่งยืน

Prev
1 of 1
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย
updated: 21 เม.ย 2558 เวลา 17:30:01 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
CSV (Create Shared Value) ถือเป็นการต่อยอดแนวคิดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) เพื่อการบริหารจัดการองค์กรให้ยั่งยืน โดย CSV เป็นนโยบายและแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ควบคู่ไปกับส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนที่องค์กรให้ความสำคัญ

ในทางปฏิบัติ คือ การนำเอาคุณค่าทางธุรกิจกับคุณค่าทางสังคมมาเป็นแนวคิดในการวางกลยุทธ์เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว ดังนั้น CSV จึงเป็นแนวทางที่เป็นรูปธรรมซึ่งสามารถสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กร สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง

โดยมีกุญแจความสำเร็จที่สำคัญ คือ การสร้างความเข้าใจในการวางแนวคิดและกลยุทธ์ CSV ให้สอดรับกับธุรกิจ ซึ่งสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม จัดสัมมนาเพื่อเรียนรู้หลักการ แนวทางปฏิบัติ และการวัดผลการดำเนินงานด้าน CSV ให้กับองค์กรต่าง ๆ ผ่านกิจกรรม Green Talk ในหัวข้อ "การนำแนวทาง CSV ไปปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนทางธุรกิจ"

ซึ่งมีผู้รู้จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาถ่ายทอด บอกเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจในการทำกิจกรรม CSV ให้กับองค์กรและสังคม

เริ่มต้นด้วย "นันทิวัต ธรรมหทัย" Public Affairs and Communications Director บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด บอกถึงแนวคิดการทำ CSV จากการปลูกฝังพันธกิจขององค์กรที่ว่ามุ่งมั่นสร้างศักยภาพด้านการดำเนินธุรกิจไปพร้อม ๆ กับสร้างความสดชื่นให้โลกใบนี้

"ย้อนไปราว ๆ 3-4 ปีก่อน โค้กเริ่มสะท้อนความเป็นตัวตนผ่านการสร้าง CSV โดยหวังเป็นโครงการที่สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ตลอดจนชุมชนและสังคม ผมมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการทำให้ CSV ประสบความสำเร็จคือการสร้างความไว้วางใจให้กับสังคมและชุมชน เพราะแบรนด์ที่ดีจำเป็นจะต้องรักษาพันธสัญญาในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นระหว่างองค์กรและสังคม โดยให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าในห่วงโซ่ของเรา"

"เวลาพูดถึงการรักษาไว้ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจ หลายคนมองเป็นเรื่องความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับโค้กมองข้ามไปถึงการสร้างคุณค่าให้กับองค์กร เพราะต้องยอมรับว่าการที่จะทำให้องค์กรเติบโตไปข้างหน้าเราจะต้องมีฐานที่แข็งแรงจากพนักงานและชุมชน ซึ่งความไว้เนื้อเชื่อใจนี้เองจะสามารถทำให้เราสามารถเดินไปถึงจุดนั้นได้อย่างแข็งแกร่ง"

สำหรับโค้กมีการวางกรอบการดำเนินงานด้าน CSV 3 มิติ คือ

หนึ่ง Me โค้กจะต้องผลิตและทำการตลาดอย่างมีความรับผิดชอบ

สอง We ส่งเสริมสถานภาพชุมชนรอบข้าง

สาม World รักษาสภาพแวดล้อมให้กับชุมชนและสังคมทั่วโลก


โดยทั้ง 3 มิติ ครอบคลุม 3 ส่วนประกอบด้วย

หนึ่ง Women มุ่งส่งเสริมศักยภาพด้านการดำเนินธุรกิจให้กับผู้หญิงในห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้โครงการ 5by20 อันหมายถึง ช่วยเหลือผู้หญิงจำนวน 5 ล้านคน กว่า 100 ประเทศทั่วโลก ภายในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ. 2563) ไม่ว่าจะเป็นชาวสวนผลไม้ หรือกระทั่งช่างฝีมือ ซึ่งได้พยายามตอบโจทย์ปัญหาทางธุรกิจที่ผู้หญิงส่วนใหญ่พบเจอ และเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเรียนรู้ทักษะการดำเนินธุรกิจ เพื่อต่อยอดความรู้ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของตนเองในอนาคต

สอง Water ในฐานะผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำโดยตรง เนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ทำให้โคคา-โคลาตั้งเป้าหมายระดับโลกว่า ภายในปี 2563 บริษัทโคคา-โคลาในทุกประเทศต้องมีโครงการคืนน้ำกลับสู่ชุมชนและธรรมชาติในปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่ม

สาม Well being ส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย โดยผ่านชมรมฟุตบอลโคคา-โคลา กิจกรรมปั่นจักรยานซึ่งทุกกิจกรรมที่จัดตั้งขึ้นสามารถตอบโจทย์ให้ทุกกลุ่มวัยเป็นอย่างดี

"นันทิวัต" บอกอีกว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเราเชื่อในการสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรไปพร้อม ๆ กับสังคม เพราะการทำธุรกิจไม่สามารถแยกองค์กรออกจากสังคมได้ เราจึงต้องเดินเคียงข้างไปด้วยกัน

"ดังนั้น สิ่งที่เรายึดถือต่อไป คือ การสร้างทีมงานที่ทำหน้าที่สร้างความไว้วางใจให้กับชุมชนและสังคม เพื่อผสานความร่วมมือ ต่อยอดกิจกรรมที่ตอบโจทย์ร่วมกัน จนนำไปสู่การสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป"

อีกด้านหนึ่งของ "เนสท์เล่" ที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม (Creating Shared Value) โดยยึดเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจตามหลักปฏิบัติที่ดี ซึ่งถือเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมของเนสท์เล่

เบื้องต้น "สันทนา ชาตินักรบ" CSV Manager บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้เล่าถึงมุมมองในการทำ CSV ของเนสท์เล่ด้วยการสร้างวิถีแห่งการแบ่งปัน โดยมองว่าเราไม่ใช่ผู้ให้แต่เป็นผู้แบ่งปัน เพราะถ้าสังคมอยู่ได้อย่างยั่งยืน องค์กรจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนเช่นเดียวกัน

โดยวิถีแห่งการแบ่งปันของเนสท์เล่ มุ่งเน้นใน 3 ประเด็นหลักประกอบด้วย

หนึ่ง พัฒนาด้านโภชนาการเพื่อผู้บริโภค เนสท์เล่เชื่อว่าอนาคตของบริษัทขึ้นอยู่กับการช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แม้ว่าความต้องการสารอาหารในแต่ละที่จะแตกต่างกัน แต่นั่นคือความท้าทายที่จะช่วยพัฒนาโภชนาการให้แก่ผู้บริโภคทุกกลุ่มในสังคม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับกับฐานรายได้ของคนในสังคมอีกด้วย

สอง การพัฒนาด้านการเกษตรและชุมชน ความท้าทายที่เราเผชิญอยู่ คือ การหาหนทางที่จะลดผลกระทบจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง และลดปัญหาสังคมที่สะสมมาเป็นเวลายาวนาน

สาม การพัฒนาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งมั่นผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่รสชาติดี มีคุณค่าทางโภชนาการ และส่งผลกระทบต่อ

สิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว "สันทนา" เน้นย้ำว่าล้วนเป็นสิ่งที่เราสามารถพัฒนาและสร้างสรรค์คุณค่าได้ดีที่สุดให้แก่สังคมและผู้ถือหุ้นไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้น ทั้ง 3 เรื่องจึงเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นสิ่งสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนและสังคมในระยะยาว

"โดยมุ่งเน้นดำเนินการให้ครอบคลุมทั้ง 3 ประการข้างต้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดตั้งเนสท์เล่อาสา โดยมุ่งมั่นและยินดีสนับสนุนให้พนักงานทำกิจกรรมดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ นอกเวลาทำงานปกติ โดยยึดจุดประสงค์เดียวกันคือการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน"

"เนื่องจากการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมไม่ใช่เพียงแค่การให้หรือบริจาคเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับการปฏิบัติงานในทุก ๆ กิจกรรมหลักของเนสท์เล่ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการยกระดับการดำเนินธุรกิจของหุ้นส่วนธุรกิจต่าง ๆ อีกด้วย"

เพราะทั้งมวลคือการนำ CSV ไปปฏิบัติเป็นหลักการดำเนินงาน เพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืนทางธุรกิจอย่างสร้างสรรค์

https://www.blogger.com/blogger.g?blogID=1565147350871907632#editor/target=post;postID=1290849958263472135


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น